วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555

รถเคยชนมาอยากทราบว่า…ซื้อได้ป่ะคะ


รถเคยชนมา อยากทราบว่า…ซื้อได้ป่ะคะ
By Dan: Carfair group





ในปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์นับได้ว่ามีการพัฒนาสูงเป็นลำดับต้นๆของโลก มีการใช้หุ่นยนต์มาผลิตชิ้นส่วนต่างๆของรถ จนสามารถทำให้ชิ้นส่วนต่างๆมีองค์ประกอบที่สลับซับซ้อน ทำให้ได้ตัวถังที่มีน้ำหนักเบา และมีการคำนวณการรับแรงกระทำจากส่วนต่างๆให้ส่งถ่ายแรงกระแทกไปยังชิ้นส่วนอื่นๆเพื่อปกป้องห้องโดยสารให้ผู้โดยสารได้รับความปลอดภัย

ซึ่งเทคโนโลยีการผลิตที่แสนจะ Hitech เหล่านี้สามารถทำให้รถประหยัดน้ำมันขึ้น แถมห้องโดยสารยังมีความปลอดภัยจากแรงกระแทกต่างๆอีกด้วย

แต่เราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า การผลิตตัวถังโดยใช้ชิ้นส่วนของแผ่นเหล็กบางขึ้นรูปที่ซับซ้อนเหล่านี้ ในการเกิดการชนแต่ละครั้งนั้นสามารถสร้างความเสียหายกับตัวถังและชิ้นส่วนต่างๆได้ค่อนข้างมาก แถมในทุกครั้งการชนหนักๆสามารถทำให้ความปลอดภัยที่คำนวณไว้ให้ห้องโดยสารคลาดเคลื่อนและเสียหายได้มากอีกด้วย

เมื่อการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละครั้งสามารถสร้างปัญหาได้น้อยบ้างมากบ้างอย่างนี้ คำถามที่ว่า รถชนมาซื้อได้หรือไม่จึงเกิดขึ้น ซึ่งคำตอบของคำถามนี้เป็นดังนี้



ก่อนอื่นเราจะต้องทำการแยกการชนออกเป็น 5 กลุ่ม

1. การเฉี่ยวทั่วๆไป
2. การชนระดับเบา เช่นการชนท้ายเนื่องจากชะลอความเร็วไม่ทัน หรือการขนกันโดยใช้ความเร็วร่วมไม่
    เกิน 20 ก.ม./ช.ม.
3. การชนระดับปานกลางที่ความเร็วร่วมไม่เกิน 50  ก.ม./ช.ม.
4. การชนหนักระดับเริ่มต้นที่ความเร็วร่วมไม่เกิน 80 ก.ม./ช.ม.
5. การชนหนักที่ระดับความเร็วตั่งแต่ 120 ก.ม./ช.ม.  ขึ้นไป






1. การเฉี่ยวทั่วๆไป เช่นการเบียดเสา การเฉี่ยวกันระหว่างขับขี่แบบใช้ความเร็วต่ำ เป็นต้น
       การชนระดับนี้ เป็นการเฉี่ยวชนที่ทำความเสียหายได้เฉพาะพื้นผิว แค่เกิดรอยขีดข่วนสีถลอก หรือรอยบุบเท่านั้น
       การซ่อมแซมก็แค่ทำสีใหม่หรือบางทีอาจเปลี่ยนชิ้นส่วนชิ้นนั้นได้
       การชนแบบนี้สามารถเกิดได้กับรถทุกๆคัน ซึ่งเป็นการชนที่ไม่เกิดการกระทบระบบความปลอดภัยของตัวถังรถ

        นั่นแสดงว่าสามารถซื้อรถมือสองที่ผ่านการชนแบบที่ 1 ได้อย่างไร้กังวล











2.การชนระดับเบา เช่นการชนท้ายเนื่องจากชะลอความเร็วไม่ทัน หรือการชนกันโดยใช้ความเร็วร่วมไม่เกิน 20 ก.ม./ช.ม.
      การชนระดับนี้สามารถสร้างความเสียหายให้กับชิ้นส่วนที่กระแทกได้จนถึงระดับบุบลึกหรือฉีกขาดได้ อย่างเช่นการชนบริเวณกันชนที่ปัจจุบันมักทำมาจากวัสดุพลาสติกจนสามารถฉีกขาดได้  แต่ส่วนใหญ่การชนระดับนี้จะไม่กระทบไปถึงโครงสร้างความปลอดภัย
         นั่นก็แสดงว่า ท่านสามารถเลือกซื้อรถที่เคยเกิดการชนระดับเบาได้โดยไม่ต้องกังวลในความปลอดภัยในการขับขี่เช่นเดียวกันกับแบบที่ 1




3.การชนระดับปานกลาง ที่ความเร็วร่วมไม่เกิน 50  ก.ม./ช.ม. การชนแบบนี้สามารถสร้างความเสียหายให้กับชิ้นส่วนความปลอดภัยต่างๆได้ไม่น้อย เช่น คานรับแรงกระแทกต่างๆ
      และอาจสร้างความเสียหายได้ในชิ้นส่วนรอบๆบริเวณที่ชน อาทิเช่นการชนท้ายที่ความเร็วนี้สามารถสร้างความเสียหายให้แก่กันชนท้าย อ่างยางอะไหล่ ไฟท้ายและตัวถังส่วนเบ้าไฟท้ายเป็นต้น
      การชนระดับนี้สามารถทำการซ่อมแซม เปลี่ยนอะไหล่ เคาะบริเวณที่เสียหาย ไปจนถึงการตัดต่อชิ้นส่วนต่างๆที่เสียหายจนไม่สามารถเคาะซ่อมได้
  ซึ่งรถที่ได้รับการชนในระดับนี้ยังจัดว่าเป็นรถที่มีความปลอดภัยในการขับขี่อยู่ 
       แต่ส่วนที่ได้รับการซ่อมแซมมาอาจไม่เรียบร้อยเท่ารถใหม่ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาการรั่วซึมหรือเกิดสนิมได้
       รวมถึงถ้าการเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆไม่ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตจากโรงงานผู้ผลิต และได้รับการติดตั้งโดยช่างที่ไม่ใช่ผู้ชำนาญการก็สามารถสร้างปัญหาให้แก่ผู้ใช้ได้มากทีเดียว




 4.การชนหนัก ระดับเริ่มต้นที่ความเร็วร่วมไม่เกิน 80 ก.ม./ช.ม.
       การชนระดับนี้สามารถสร้างความเสียหายให้กับระบบโครงสร้างความปลอดภัย และชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์และช่วงล่าง
       เรียกได้ว่าการชนแบบนี้มีผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง
     เช่นถ้าได้รับการชนด้านหน้าในระดับนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นสามารถเกิดได้กับตัวถังทั้งชิ้นในส่วนที่ 1 ใน 3 ส่วนของรถ ส่วนของเครื่องยนต์และชิ้นส่วนต่างๆในห้องเครื่อง ระบบไฟฟ้า รวมถึงช่วงล่าง
      และความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจมากขึ้นได้ถ้าการชนเป็นไปแบบแนวเฉียง ชนเข้าที่ด้านข้าง หรือที่มุมต่างๆ
       การชนแบบนี้เป็นการชนที่สามารถกระทบกับระบบโครงสร้างความปลอดภัย นั่นหมายถึง รถที่ผลิตจากโรงงานผลิตส่วนใหญ่จะสามารถปกป้องความปลอดภัยของผู้โดยสารได้จากการชนระดับนี้

แต่ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

     การซ่อมรถที่ชนหรือพลิกคว่ำในระดับนี้ทำได้ตั้งแต่ ตัดต่อ ดึงโครงสร้าง เปลี่ยนชิ้นส่วนทุกชิ้นบริเวณรอบๆ รวมไปถึงการไปเอาโครงรถรุ่นเดียวกัน(หรือรุ่นอื่นๆที่ดัดแปลงกันได้)มาเชื่อมใหม่
         ซึ่งแน่นอนว่า รถที่เกิดอุบัติเหตุระดับนี้เราไม่ควรมีไว้ในครอบครองเด็ดขาด เว้นแต่จะสามารถซื้อได้ในราคาถูกมากๆ และผู้ใช้รู้ดีว่าการใช้งานจะต้องไม่มีความเสี่ยงต่อการชนในครั้งต่อไป




5.การชนหนักมาก ที่ระดับความเร็วตั้งแต่ 120 ก.ม./ช.ม.  ขึ้นไป
     การชนระดับนี้ สามารถทำให้รถทั้งคันกลายเป็นกองเศษเหล็ก ไม่สามารถมองออกว่าด้านนี้เป็นด้านไหน หรือก้อนนี้มันก้อนอะไร
      และส่วนใหญ่ ผู้โดยสารก็ไม่สามารถออกมารับรู้ได้ว่าหลังการชนนั้นรถตนเองสามารถซ่อมได้หรือเปล่า
   การหาซื้อรถชนในระดับนี้คงไม่ต้องพูดถึง






        จะเห็นได้ว่า รถที่ถูกชนมานั้น ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องหลีกเลี่ยงไม่สามารถซื้อหามาเป็นเจ้าของได้อย่างปลอดโปร่งปลอดภัย
     แต่การจะหาซื้อรถมือสองมาใช้ เราจะต้องสามารถสืบค้นจนรู้ได้ว่า รถที่คุณจะเอามาใช้ในชีวิตประจำวันของคุณนั้น เคยได้รับการชนมาในระดับไหน ระดับ1 2 3 ก็ยังสามารถเอาไว้ครอบครองได้ แต่ถ้าเจอรถระดับ 4 ขึ้นไปละก็……ตัวWHOตัวIT

www.sabuycar.com


วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เตรียมรถที่คุณใช้ให้พร้อมขายต่อ



เตรียมรถที่คุณใช้ให้พร้อมขายต่อ
By Dan: Carfair group

            ในตำราพิชัยสงครามได้กล่าวไว้ว่า การรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ประโยคนี้อาจใช้ได้ในการทำงาน หรือการเจรจาหลายๆอย่าง แต่ถ้าเรื่องเกื่ยวกับการขายรถที่เรากำลังใช้อยู่ให้ได้ราคาและเงื่อนไขที่ดีที่เราพอใจนั้น การรู้เรา และเตรียมตัวเราได้ดี การขายรถร้อยครั้งจะได้ราคาทั้งร้อยครั้ง และการเตรียมตัวที่ดีนั้น นอกจากจะสร้างความพร้อมให้เราบอกขายรถได้อย่างมั่นใจแล้ว ยังจะทำให้การใช้รถในชีวิตประจำวันของเราเป็นไปด้วยความปลอดภัยอีกด้วย
            การเตรียมรถที่ดี จะทำให้เราเกิดความพร้อมในการนำรถเข้าสู่ขบวนการซื้อขายแลกเปลี่ยนนั้น แท้ที่จริงแล้วก็เป็นเพียงเรื่องง่ายๆไม่ต่างกับการเตรียมรถเพื่อเดินทางไกลที่คุณก็แค่เช็คระดับของเหลวต่างๆ เครื่องยนต์ ความดันยาง การทำความสะอาดรถ เอกสารสำคัญ และอื่นๆเท่าที่คุณจะนึกออกก่อนเดินทางเท่านั้น

             ประโยชน์หลักๆที่คุณจะได้จากการเตรียมตัวขายรถในแบบที่ผู้เขียนแนะนำ
1. จะทำให้การโฆษณารถของคุณทำได้ง่ายมาก
2. จะทำให้คุณขายรถได้เร็ว
3. จะทำให้ขั้นตอนต่างๆของการขายเป็นไปอย่างราบรื่นไม่สะดุด
4. รถของคุณจะได้ราคาที่ดี
             เห็นได้ว่าประโยชน์ที่ได้รับนี้มีมากมายเกินกว่าสิ่งที่คุณต้องทำเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยเพื่อเตรียมตัวขายรถ
  
วิธีการเตรียมตัวที่ดีก่อนการขายรถมีขั้นตอนดังนี้
 
คิดให้เหมือนกับฝ่ายผู้ซื้อ           
เอาใจคุณใส่ลงไปในมุมมองว่าถ้าคุณจะมองหารถมือสองสักคัน คุณอยากได้อะไรบ้าง

๐ อยากได้รถที่เจ้าของเดิมมีการดูแลรักษาสภาพรถเป็นอย่างดี
๐ อยากได้รถที่มีการได้รับศูนย์บริการตามระยะเพื่อรับการ maintenance สม่ำเสมอ
๐ อยากได้รถที่สามารถตรวจสอบประวัติต่างๆได้อย่างครบถ้วน สบายใจ
๐ อยากได้รถที่มีขั้นตอนการซื้อขายไม่ยุ่งยาก

            สิ่งต่างๆส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อรถมือสองเหล่านี้ คุณสามารถเตรียมได้เวลาที่คุณใช้รถอยู่ดังนี้

การดูแลรักษารถให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ
     ก็แค่รักษารถให้สะอาด ดูแลกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ต่างๆให้ดี สิ่งเหล่านี้ผู้ใช้รถส่วนใหญ่ก็ดูแลอยู่อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

การเข้าศูนย์บริการเพื่อทำการตรวจเช็คตามระยะ 
     ข้อนี้โดยปรกติเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่ตลอด ไม่ว่ารถคุณจะเป็นรถใหม่ป้ายแดงหรือรถที่ใช้งานมาเป็น 10 ปีก็ตาม ก็ไม่ควรที่จะละเลยการเข้าศูนย์บริการเพื่อให้ช่างผู้ชำนาญได้มีโอกาสเข้าตรวจสอบสภาพต่างของแต่ละส่วนของรถคุณให้พร้อมใช้งาน
       ซึ่งในปัจจุบันการเข้าศูนย์ไม่ได้จำเป็นต้องเข้าศูนย์บริการของผู้ผลิตเท่านั้น การเข้าศูนย์บริการอิสระก็สามารถสร้างการดูแลรถที่มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน และการเปลี่ยนอะไหล่ที่มีคุณภาพก็เป็นสิ่งที่สร้างความสมบูรณ์ให้แก่รถคุณได้อีกด้วย ในข้อนี้อยากแนะนำให้ผู้ใช้รถเก็บเอกสารต่างในการเข้าศูนย์บริการเอาไว้ เพื่อสามารถนำมายืนยันความพร้อมให้แก่ผู้ซื้อได้ว่า รถคุณมีการดูแลมาเป็นอย่างดี

เรื่องประวัติต่างๆของรถ 
      การเก็บประวัติต่างๆของรถไว้อย่างครบถ้วน การที่หลายคนกลัวว่าถ้ารถคุณเคยเกิดการเฉี่ยวชนแล้วได้รับการซ่อมแซมมานั้นจะทำให้ผู้ซื้อสามารถกดราคารถคุณนั้น
       แท้จริงแล้วผู้ใช้รถทุกคนย่อมทราบดีว่าการเกิดการเฉี่ยวชนกันของรถที่ขับขี่อยู่บนท้องถนนนั้นเป็นเรื่องปรกติที่แสนจะธรรมดามาก ดังนั้นแทนที่คุณจะเก็บซ่อนประวัติของการเฉี่ยวชนรถคุณเอาไว้แล้วให้ผู้ซื้อรถมาเล่นเกมตามล่าหาความจริง หรือเกมจับผิดกับรถคุณ
       น่าจะดีกว่ากันมากถ้าคุณจะบอกกับผู้ซื้อว่ารถคุณเคยเฉี่ยวชนมาบ้างโดยสามารถตรวจสอบได้จากประวัติประกันที่คุณเก็บไว้ให้ ดีกว่าที่คุณจะรอโอกาสให้คนตรวจสอบรถมาตำหนิรถคุณว่าโดนชนมาอย่างแรงทั้งที่แค่ทำสีจากการเฉี่ยวชนมาเล็กน้อย และในปัจจุบัน การตรวจสอบสภาพรถก็สามารถดูรถได้อย่างละเอียดมากอีกด้วย

หลังจากได้เตรียมรถได้อย่างสมบูรณ์แบบดังที่กล่าวมาแล้ว

การมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องขั้นตอนการโอนรถ
   การจัดการธุรกรรมต่างเกี่ยวกับสถาบันการเงิน การติดต่อบริษัทประกัน การติดต่อธุรกรรมที่กรมขนส่ง รวมไปถึงความรู้เกี่ยวกับเอกสารต่างๆประจำรถ ซึ่งความรู้และการบริการต่างที่จะช่วยรองรับสิ่งต่างๆเหล่านี้ก็มีอยู่ 

 
ถ้าคุณสามารถสร้างการเตรียมตัวให้แก่รถของคุณเพื่อพร้อมขายได้ตลอดเวลา การเตรียมตัวเหล่านี้ก็จะทำให้การขายรถของคุณได้เงื่อนไขที่ดีอย่างแน่นอน














วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2555

รถใหม่ VS รถมือสอง The ultimate Fighting





รถใหม่ VS รถมือสอง The ultimate Fighting
By Dan Amporn: Carfair group


การตัดสินใจซื้อรถยนต์เพิ่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของแต่ละคนมักผ่านช่วงที่เกิดคำถามขึ้นว่า เราหรือครอบครัวเราจะหาซื้อรถใหม่ หรือรถมือสองดีนะ  

และมันก็เป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ค่อนข้างยากมากๆ เพราะในปัจจุบัน ทั่วโลกมีผู้ผลิตรถมากมายเป็นร้อยราย เป็นพันรุ่น
  นั่นหมายถึงจำนวนรถใหม่ๆสวยๆที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยถูกผลิตขึ้นเป็นจำนวนมากมายในแต่ละปี
 และในทางกลับกันก็เป็นสัจธรรมที่จะต้องเกิดรถมือสองเข้าสู่ตลาดมากมายมหาศาลกว่ารถใหม่อีกต่างหาก

เพราะรถใหม่ที่สร้างขึ้นจะต้องกลายสภาพไปเป็นรถมือสองทันทีแน่นอนที่เสียงสตาร์ทเครื่องดังขึ้น 

ซึ่งทั้งสองอย่างก็ดูเหมือนจะทำให้เกิดข้อถกเถียงกันได้อย่างกว้างขวางในหลายๆเรื่อง ทั้งความคุ้มค่า งบประมาณ ความปลอดภัย และเรื่องอื่นๆอีกล้านแปดเรื่องราวทั้งแง่ดีแง่ร้ายของคู่ชกทั้งสองนี้         
ซึ่งคำตอบของคำถามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ส่วนใหญ่ก็ไม่วายเกิดการตัดสินใจจะซื้อรถใหม่หรือรถมือสองโดยดูจาก งบประมาณที่เหมาะสมและตัวเองสามารถจ่ายไหว และอีกเรื่องที่ต้องตามมาแน่นอนก็คือ คนส่วนใหญ่จะตัดสินใจซื้อรถที่คิดว่าตนใช้แล้วรู้สึกดีมีคุณภาพ และไม่ผิดหวังในการตัดสินใจที่ทำลงไปลงไป
                นั่นหมายถึงว่า ถ้าคุณมีงบประมาณไม่มากนัก การซื้อรถมือสองจะทำให้คุณได้รถระดับสูงในงบประมาณต่ำ ซึ่งสามารถเป็นไปได้ว่าคุณจะสามารถซื้อรถในระดับ Luxury car มาใช้ในราคาระดับ Eco car ใหม่ ซึ่งในงบประมาณไม่เกิน 500,000 บาท ถ้าจะซื้อรถใหม่ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะได้รถที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยแบบครบครัน
                ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ในความเป็นจริง รถมือสองส่วนใหญ่ที่มีอายุ 4 หรือ 5 ปี ผู้ใช้สามารถหาซื้อได้ในราคาที่ลดลงจากรุ่นเดียวกันที่เป็นรถออกใหม่ถึง 30-60 % แล้วแต่สภาพรถ ความนิยม ความรู้ และศิลปะการต่อรองของผู้ซื้อผู้ขาย 


ซึ่งเราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า ของมือสองจะเกิดมาพร้อมกับความเสี่ยง ความเสี่ยงที่หลายๆครั้งอาจสร้างปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ  ความผิดกฏหมายจากการซื้อของโจรกรรมมา  และการไม่ได้รับการบริการหลังการขายและการรับประกันที่เหมาะสมเหมือนการซื้อรถใหม่
เมื่อคู่ชกทั้งสองนี้มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไปคนละด้าน ผู้เขียนในฐานะของผู้เชี่ยวชาญที่คลุกคลีอยู่กับเรื่องราวต่างๆของวงการซื้อขายรถทั้งใหม่และรถมือสอง จึงใคร่ขออาสาเป็นผู้ถ่ายทอดข้อดีของรถใหม่และรถมือสองในแบบเป็นกลางในการให้ข้อมูลดังนี้


ในกรณีที่คุณซื้อรถใหม่ 


สำหรับบางคน การซื้อรถมือสองไม่ใช่ทางเลือกในการตัดสินใจอย่างแน่นอน ผู้ใช้รถเหล่านี้ต้องการใช้รถมือหนึ่งออกห้างเท่านั้น 
  เพราะคนเหล่านี้มีความต้องการอิสระในการเลือกสี เลือกคุณสมบัติ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกตามที่ตนเองอยากได้
นอกจากนี่ผู้ใช้รถใหม่ก็มักจะรู้สึกภาคภูมิใจในการขับขี่ไปในถนน ได้ความรู้สึกทันสมัย และรู้สึกปลอดภัย ซึ่งในความเป็นจริงเราพบข้อได้เปรียบของรถใหม่ที่ดีกวารถมือสองดั้งนี้


                การดูแลรักษาที่น้อยกว่า (อย่างน้อยก็ตั้งแต่ออกรถไปจนถึง 2-3 ปี) : รถใหม่ในปัจจุบันคุณภาพและเทคโนโลยีในการผลิต ทำให้ไม่ต้องมีการดูแลบำรุงรักษาเลยในระยะการขับขี่ช่วงแรกจนถึงหลักหมื่นกิโลเมตรของการขับ
ต่อจากช่วงหมื่นกิโลเมตรแรก รถใหม่ก็ยังต้องการแค่เพียงการเปลี่ยนถ่ายของเหลวและอุปกรณ์สิ้นเปลืองเพียงเล็กน้อย ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว ผู้ผลิตรถบางรายยังมีการดูแลแบบไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือค่าแรงงานช่างไปจนถึง 30,000 กิโลเมตร
นั่นหมายถึงว่าถ้าคุณเป็นเจ้าของรถใหม่ออกห้าง อย่างน้อยในช่วงปีแรกๆ ส่วนใหญ่คุณจะสามารถขับขี่รถนี้โดยไม่ต้องเตรียมการในการเปลี่ยนยาง แบตเตอรี่ ระบบจุดระเบิด ช่วงล่าง และระบบเบรก และระบบปรับอากาศเลย

                การรับประกันคุณภาพ : ผู้ผลิตรถส่วนใหญ่จะให้การรับประกันรถที่ตนผลิตในระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปี ซึ่งผู้ผลิตรถระดับสูงบางรายอาจมีระยะเวลารับประกันนานกว่านั้นในกรณีที่รถมีราคาสูงๆ ซึ่งในระยะรับประกัน ความผิดปรกติที่เกิดขึ้นจาการผลิต หรือระยะเวลาของการใช้งานที่สั้นกว่าระยะที่ผู้ผลิตรับประกันไว้
ความบกพร่องเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขปรับเปลี่ยนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจากเจ้าของรถ การรับประกันต่างๆเหล่านี้ จะไม่มีในรถมือสองที่มีอายุตั้งแต่ 3-5  ปีขึ้นไป(แต่ในประเทศไทย ถ้าคุณซื้อรถมือสองที่ใช้มาไม่ถึง 3 ปี การรับประกันต่างๆก็จะยังคงมีผลอยู่)
ข้อได้เปรียบหลักๆของนักชกที่ชื้อว่ารถใหม่ก็คงจะมีประมาณนี้


ในกรณีที่คุณตัดสินใจซื้อรถมือสอง


                ถ้าคุณไม่รู้สึกว่าข้อได้เปรียบต่างๆของรถใหม่เป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อรถดีๆมาใช้แล้วละก็ การซื้อรถมือสองของคุณก็จะสามารถสร้างข้อได้เปรียบในหลายๆด้านดังนี้

                ได้เปรียบในเรื่องของการเกิดทางเลือกที่มากขึ้น : ข้อนี้เป็นความจริงที่แน่นอนว่า ในงบประมาณขั้นต่ำคุณจะสามารถมีทางเลือกที่หลากหลายกว่ามาก ในการเลือกซื้อรถมือสองสภาพดีๆสักคัน
 ตัวอย่างเช่น ในงบประมาณไม่เกิน 1 ล้านบาท ถ้าคุณเลือกซื้อรถใหม่ คุณคงต้องเลือกซื้อรถระดับกลาง อาทิเช่น HONDA civic ,TOYOTA altis ลงมา จนอาจต้องเปลี่ยนใจไปเลือกซื้อรถขนาดเล็กกว่านั้น
ซึ่งในงบประมาณระดับนี้คุณอาจสามารถซื้อรถมือสองระดับ Luxury car ทั้งจากค่ายญี่ปุ่น หรือค่ายรถยุโรป ซึ่งรถระดับนี้เป็นรถที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย ระบบความปลอดภัยต่างๆหรือแม้กระทั่งระบบไฮเทคที่จะตอบสนองความต้องการหลายหลากของคุณได้อย่างมากมายกว่ารถระดับต่ำกว่า
อีกทั้งในราคานี้คุณยังสามารถหารถมือสองสภาพดีๆที่มีอายุการใช้งานและระยะทางการขับขี่ที่ไม่มากเกินไปนักได้อีกด้วย

พัฒนาการในด้านการรับประกันคุณภาพชิ้นส่วนอะไหล่จากผู้ผลิต  : แม้ว่ารถมือสองที่มีอายุเกิน 5 ปีคุณจะไม่สามารถได้เงื่อนไขการรับประกันจากผู้ผลิตเหมือนการซื้อรถใหม่ แต่ในปัจจุบันการพัฒนาระบบการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค ทำให้เกิดการรับประกันชิ้นส่วนต่างๆที่มีการใช้งานในสภาวะปรกติ
นั่นหมายถึงผู้ใช้รถมือสองก็สามารถได้รับการรับประกันคุณภาพอะไหล่ชิ้นส่วนต่างๆเช่นเดียวกัน อีกทั้งถ้าคุณซื้อรถมือสองที่มีอายุไม่มาก ความรู้สึกอุ่นใจในการได้รับการประกันคุณภาพรถก็จะอยู่ในเงื่อนไขเดียวกันกับรถใหม่

รถมือสองสภาพเหมือนใหม่ : ในข้อนี้หมายถึงข้อได้เปรียบของผู้ซื้อรถมือสองที่สามารถตรวจสอบคุณภาพรถที่ซื้อได้อย่างทะลุปรุโปร่ง  ถ้าสามารถทำได้ นั่นจะหมายถึงคุณจะได้รถราคาถูกที่มีสภาพพร้อมใช้ และสามารถเกิดความอุ่นใจได้เหมือนใช้รถใหม่เช่นกัน
เพราะรถบางคัน แม้จะมีอายุเกิน 5 ปีแล้ว แต่เจ้าของเดิมมีการบำรุงรักษาตามระยะทาง หรือตามระยะเวลา ใช้อะไหล่ของแท้ มีระยะทางการขับขี่น้อยมาก อีกทั้งไม่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนกระทบถึงความปลอดภัยในการขับ
ซึ่งรถเหล่านี้ก็สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในรถขายอยู่ในประเทศเรา แต่ทั้งนี้สิ่งต่างๆเหล่านี้ก็ทำให้เกิดการสร้างข้อมูลเท็จของสภาพที่แจ้งผู้ซื้อได้ จึงเป็นข้อควรระวังที่สำคัญในการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจหาซื้อรถมือสองดีๆสักคัน

www.sabuycar.com